ปัญหาเมื่อออกแบบภายในเอง

5 ปัญหาที่เจอเมื่อตกแต่งภายในเอง และวิธีที่บริษัทมืออาชีพช่วยได้

5 ปัญหาคลาสสิกที่เจอบ่อย ๆ เมื่อตกแต่งภายในเอง

การออกแบบภายใน ด้วยตัวเองอาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่าย และสนุกในตอนแรก แต่พอลงมือทำจริงแล้วกลับต้องเจอกับสารพัดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณที่บานปลาย การจัดวางที่ไม่ลงตัว ฟังก์ชันการใช้งานที่ไม่ตอบโจทย์ หรือแม้แต่ความไม่รู้เรื่องวัสดุ ที่ทำให้ต้องเสียเวลาและเสียเงินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในบทความนี้ เราจะมาเปิดเผย 5 ปัญหาหนัก ที่คนลงมือ ออกแบบภายใน ด้วยตัวเองเจอบ่อยที่สุด และชี้ให้เห็นว่า มืออาชีพอย่างสถาปนิกหรือนักออกแบบภายใน จะเข้ามาช่วยวางแผนและแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อให้พื้นที่ของคุณสวยงาม ลงตัว และใช้งานได้จริง

5 ปัญหาที่เจอเมื่อตกแต่งภายในเอง และวิธีที่บริษัทมืออาชีพช่วยได้

ในการออกแบบตกแต่งภายใน บ้านด้วยตัวเอง มักจะมีหลุมพรางที่เราอาจมองข้ามไปถึง 5 จุดใหญ่ ๆ ดังนี้

  1. ขาดแก่นของการออกแบบตกแต่งภายในที่แท้จริง
    แม้ว่าในปัจจุบันเราจะสามารถหาดูรูปตัวอย่างในการ ออกแบบตกแต่งภายใน ได้ง่าย ๆ ผ่าน Pinterest และ Instagram แต่การจะนำมาใช้จริงโดยขาดความรู้พื้นฐานอย่างการ ออกแบบภายใน ที่เปรียบเหมือนกับการพยายามทำอาหารอร่อยโดยไม่อ่านสูตร ทำให้ปัญหาที่เจอจะมีเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ที่จัดวางแล้วรู้สึกล้น หรือคับแคบเกินไป การเลือกสีที่ตั้งใจให้ดูอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัด หรือมีแสงสว่างในห้องที่น้อยเกินไปจนรู้สึกหม่นหมอง

    ทำให้การเลือกใช้บริการจาก บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีความเข้าใจในหลักการจัดสรรพื้นที่ การเลือกใช้สี และการออกแบบแสงสว่างภายในบ้าน จะช่วยให้บ้านของเราออกมาดูสวยงาม ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเราได้จริง

  2. ปัญหาเรื่องงบประมาณที่บานปลายจนคุมไม่อยู่
    นี่คือปัญหาสุดคลาสสิกที่หลายคนเจอบ่อย ๆ เมื่อ ออกแบบภายใน ด้วยตัวเอง ที่หลังจากออกแบบมาอย่างมั่นใจ แต่พอเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อและติดตั้งจริง งบประมาณที่ตั้งไว้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะเกิดจากการซื้อของมาเกินความจำเป็น วัสดุขาดจนต้องไปซื้อเพิ่มในราคาปลีกที่สูงกว่า หรือต้องจ่ายค่าแรงช่างเพิ่มเพราะต้องรื้อและแก้ไขงานที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ทำให้การเลือกใช้บริการจาก บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีประสบการณ์ จะช่วยวางแผนงบประมาณแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้น อีกทั้งเรายังสามารถเสนอทางเลือกของวัสดุที่สวยงามแต่ยังคงอยู่ในงบประมาณได้ ทำให้เราได้วัสดุคุณภาพในราคาที่คุ้มค่ากว่ามาก

  3. เลือกวัสดุผิดพลาด
    วัสดุบางอย่างที่ดูดีในโชว์รูมอาจจะไม่เหมาะกับสภาพการใช้งานจริงภายในบ้านก็ได้ เช่น การนำวัสดุที่ดูดซับความชื้นมาใช้ในพื้นที่เปียก จนทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็ว พื้นเป็นรอยง่าย หรือเกิดปัญหาเชื้อราและความชื้นที่ส่งผลต่อตัวบ้านในระยะยาว

    ทำให้การเลือกใช้บริการจาก บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องคุณสมบัติของวัสดุ ว่าไม้ชนิดไหนทนความชื้น ผ้าแบบไหนทำความสะอาดง่าย และวัสดุไหนปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในแง่ความสวยงาม ความทนทาน และความปลอดภัยให้กับทั้งตัวเราและบ้านของเรา

  4. การประสานงานระหว่างทีมช่าง
    เมื่อเราลงมือออกแบบภายในด้วยตัวเอง เราก็ต้องรับบทเป็นผู้จัดการโครงการ (Project Manager) ด้วยตัวเองเช่นกัน ซึ่งงานนี้เป็นภาระที่หนักหนามาก เพราะเราจะต้องคุยกับช่างไฟฟ้า ช่างปูน ช่างไม้ และผู้รับเหมาหลายเจ้าพร้อมกัน และเมื่อมีการจัดการที่ไม่ดีพอ อาจทำให้งานแต่ละส่วนไม่เชื่อมต่อกัน ช่างโยนความรับผิดชอบกันไปมา จนทำให้งานล่าช้ากว่ากำหนด หรือต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มเพราะความเข้าใจผิดในการสื่อสาร

    ทำให้การเลือกใช้บริการจาก บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีระบบการทำงานที่มีระบบมากกว่า มีทีมงานที่ประสานงานกันเป็นหนึ่งเดียว ตั้งแต่นักออกแบบ วิศวกร ไปจนถึงทีมผู้รับเหมา ทำให้การสื่อสารมีความชัดเจน และช่วยให้การทำงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

  5. มองข้ามแผนระยะยาวในการใช้ชีวิตไป
    เพราะบ้านที่ดีไม่ได้สวยแค่ปีแรก แต่ต้องออกแบบให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตได้ ดังนั้น การตกแต่งโดยเน้นความสวยงามในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ต้องรื้อปรับปรุงใหม่ในอนาคตได้

    ทำให้การเลือกใช้บริการจาก บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่ออกแบบด้วยการมองภาพรวมของชีวิตของผู้อยู่อาศัยใน 5 - 10 ปีข้างหน้า และออกแบบพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่น เช่น การออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบบ Multi-Function หรือการวางผังเผื่อสำหรับการต่อเติมในอนาคต จะช่วยให้บ้านของเราเติบโตไปพร้อมกับเราได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ปัญหาในการออกแบบภายในด้วยตัวเอง


1. ปัญหาใหญ่ที่สุดที่เจอเมื่อตกแต่งภายในเองคืออะไร?

   ความไม่ลงตัวของพื้นที่ และปัญหาเรื่องงบประมาณที่บานปลาย ซึ่งมักจะเกิดจากการวางแผนผังพื้นที่ไม่ดี และการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สัมพันธ์กับขนาดพื้นที่จริง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

2. ทำไมการเลือกโทนสี และวัสดุเองถึงเสี่ยงต่อความผิดพลาด?

   เพราะผู้ออกแบบอาจขาดความเข้าใจเรื่อง Mood & Tone Consistency และเลือกวัสดุหลายชนิดจากแหล่งที่ต่างกัน ซึ่งอาจทำให้สี ผิวสัมผัส หรือคุณภาพไม่เข้ากัน เมื่อนำมารวมกันแล้วบ้านอาจดูไม่สมดุล

3. นักออกแบบภายในมืออาชีพช่วยแก้ปัญหาเรื่องฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างไร?

   บริษัทออกแบบตกแต่งภายในจะมีทีมนักออกแบบมืออาชีพที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับพื้นที่ได้ ด้วยการออกแบบ เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่ตอบโจทย์เฉพาะ และจัดวางผังให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง ทำให้ทุกตารางนิ้วในบ้านถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

4. ถ้างานตกแต่งภายในมีปัญหาเรื่องแสงสว่าง นักออกแบบช่วยได้ไหม?

   ช่วยได้แน่นอน เพราะนักออกแบบภายในจะมีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบแสงไฟ โดยจะวางแผนตำแหน่งไฟ ชนิดของโคมไฟ และอุณหภูมิสี (Color Temperature) เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี และเหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ในบ้าน

5. การจ้างบริษัทมืออาชีพจะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจริงหรือ?

   คุ้มค่าแน่นอน เพราะเราจะได้รับงานออกแบบตกแต่งภายในที่สวยงามตามงบประมาณที่มี รวมทั้งการจ้างมืออาชีพยังช่วยประหยัดเวลาในการแก้ไขปัญหาจุกจิกได้ดีอีกด้วย


ความสุขที่แท้จริง มาพร้อมกับการจัดการที่ถูกต้อง! ติดต่อบริษัทออกแบบตกแต่งภายในมืออาชีพได้ที่ MASTERTEXTURE

หากคุณกำลังมองหา บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน มืออาชีพ ที่จะทำให้การออกแบบภายในเป็นเรื่องง่าย และได้ผลลัพธ์ที่ดี ติดต่อมาหาเราได้เลยที่ MASTERTEXTURE บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน และผู้ให้บริการงานออกแบบสถาปัตยกรรมครบวงจร ที่ให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบรีโนเวทและการตกแต่งภายใน ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นวางแนวคิดไปจนถึงการก่อสร้างจริง หมดกังวลเรื่องงบประมาณบานปลาย หรือปัญหาจุกจิกไปได้เลย เพราะ MASTERTEXTURE พร้อมแล้วที่จะช่วยจะช่วยเปลี่ยนความฝันของคุณให้เป็นจริงได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพสูงสุด