เทรนด์สถาปัตยกรรมยั่งยืน

สถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) เทรนด์ที่ทั่วโลกจับตา

เจาะลึกสถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) เทรนด์สำคัญแห่งอนาคต

ในยุคที่เรื่องของสิ่งแวดล้อมกลายมาเป็นวาระสำคัญของโลก ทำให้แนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสวยงาม หรือประโยชน์ใช้สอยอีกต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นแกนหลักในการออกแบบด้วย ทำให้นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืน หรือ Sustainable Architecture กลายมาเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังจับตา และลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เทรนด์แฟชั่นที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่คือ ‘ปรัชญา’ ของการสร้างที่อยู่อาศัยที่ฉลาดและมีความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับการออกแบบออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืนให้มากขึ้น ว่าคืออะไร มีแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างไร พร้อมแนะนำตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นผ่านแนวคิดนี้ จะเป็นอย่างไร ไปดูกัน


สถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) คืออะไร

ในฐานะของสถาปนิกและนักออกแบบ สถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) ถูกมองว่า เป็นปรัชญาการออกแบบที่ “ความรับผิดชอบ” ได้ถูกถักทอเข้าไปในทุกตารางนิ้วของงานออกแบบอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบที่พิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ตั้งแต่การขุดดิน ไปจนถึงการใช้งานอาคาร ซึ่งนั่นหมายความว่า การออกแบบสถาปัตยกรรม ต้องวางแผนให้ครบทุกมิติ ทั้งวัสดุที่เลือกใช้ พลังงานที่จะบริโภค การจัดการน้ำ ไปจนถึงการออกแบบที่ เข้าใจถึงสภาพแวดล้อมท้องถิ่นเป็นอย่างดี และสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างความต้องการของเราในวันนี้  กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อคนรุ่นต่อไป

องค์ประกอบหลักของแนวคิดสถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) 

  1. การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)
  2. การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Materials)
  3. การออกแบบที่สอดคล้องกับภูมิอากาศท้องถิ่น (Climate Responsive Design)
  4. การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (Sustainable Water Management)
  5. การส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัย (Well-being)

สถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) เทรนด์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง

การออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) ได้กลายมาเป็นวาระระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และความรับผิดชอบ โดยมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนี้

1. การเติบโตแบบก้าวกระโดดของอาคารสีเขียว (Green Building)

ปัจจุบันนี้ ในแต่ละอุตสาหกรรมได้มีการลงทุนและผลักดันการสร้างอาคารสีเขียวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในประเทศผู้นำด้านนวัตกรรม เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ โดยอาคารเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาลอย ๆ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานระดับโลก ซึ่งเป็นเหมือนการการันตีคุณภาพและความยั่งยืน โดยมีมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เช่น

  • LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) จากสหรัฐอเมริกา
  • BREEAM (Building Research Establishment Environmental Assessment Method) จากสหราชอาณาจักร
  • WELL ซึ่งเน้นไปที่สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้อาคารเป็นหลัก

2. นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ปลดล็อกความยั่งยืน

ความยั่งยืนจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าหากขาดเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดเข้ามาช่วยในการออกแบบ โดยในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาช่วยให้การออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืนเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากขึ้น เช่น ระบบการจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ระบบระบายอากาศอัตโนมัติ และวัสดุก่อสร้างใหม่ ๆ ที่มีการวิจัยมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องของการช่วยลดปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศได้จริง เช่น คอนกรีตบางชนิด หรือวัสดุชีวภาพ (Bio-based Materials)

3. การผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการออกแบบ

และอีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ การที่งานออกแบบของกลับได้ย้อนกลับไปให้ความเคารพต่อภูมิปัญญาดั้งเดิมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งการออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการสร้างอาคารกระจกเงาเหมือนกันทั่วโลก แต่คือการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของสภาพแวดล้อม เช่น การเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่นที่หาได้ง่ายและทนทานต่อภูมิประเทศนั้น ๆ มาใช้ และผสานพื้นที่สีเขียว (Urban Greening) เข้าไปในทุกส่วนของเมืองและอาคาร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เย็นสบายและเป็นมิตรต่อคนเมือง


3 ตัวอย่างสถาปัตยกรรมยั่งยืนระดับโลก ที่สร้างแรงบันดาลใจไปทั่วโลก

และเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) เมื่อนำไปสู่การปฏิบัติ แล้วสถาปัตยกรรมที่ได้นั้นยิ่งใหญ่ และน่าทึ่งมากแค่ไหน เราไปลองดูกันเลย

1. The Edge – อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์ : สำนักงานที่ฉลาดที่สุดในโลก

นี่คืออาคารที่ถูกขนานนามว่าเป็นสถาปัตยกรรมยั่งยืนที่สุดในโลกอย่างแท้จริง โดย The Edge นี้ไม่ได้เป็นแค่อาคารเท่านั้น แต่เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่การใช้ ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานได้ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ ไปจนถึงการออกแบบที่เน้นการใช้แสงธรรมชาติ ให้เข้ามาถึงพื้นที่ทำงานมากที่สุด ทำให้แทบไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวันเลยทีเดียว อาคารนี้จึงเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการรวมเทคโนโลยีเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นสถาปัตยกรรมยั่งยืนอย่างแท้จริง

2. Bosco Verticale – มิลาน, อิตาลี : ป่าแนวตั้งในใจกลางเมือง

อาคาร Bosco Verticale คือโครงการที่ผสานชีวิตคนเมืองเข้ากับธรรมชาติอย่างกล้าหาญ ด้วยการปลูกต้นไม้และพุ่มไม้กว่า 900 ต้นบนระเบียงอาคาร ซึ่งเป็นเหมือนกับผิวหนังที่มีชีวิต ซึ่งต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และกรองมลพิษทางอากาศเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างร่มเงาที่ช่วยลดอุณหภูมิในอาคาร และสร้างระบบนิเวศขนาดย่อมในเขตเมืองอีกด้วย ทำให้สถาปัตยกรรมนี้ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มความสวยงามทางสุนทรียภาพไปพร้อมกัน

3. Pixel Building – เมลเบิร์น ออสเตรเลีย : อาคารที่ผลิตพลังงานเหลือเฟือ

อาคาร Pixel Building คือตัวอย่างของอาคารที่เป็นมากกว่าสถาปัตยกรรมยั่งยืนทั่วไป เพราะนี่คืออาคารที่สามารถสร้างพลังงานได้มากกว่าที่ใช้ไป ด้วยการใช้แผงโซลาร์เซลล์หลากสีสันที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาและหน้าอาคาร ควบคู่ไปกับระบบรีไซเคิลน้ำเสียที่ล้ำสมัย ซึ่งทำให้สามารถลดการพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอกได้เกือบทั้งหมด อาคารนี้จึงแสดงให้เห็นว่า การออกแบบที่เล็กกะทัดรัดก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกได้ไม่แพ้อาคารขนาดใหญ่เลยครับ


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture)

1. สถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) คืออะไรในมุมมองของนักออกแบบ?

เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การก่อสร้าง การใช้งาน ไปจนถึงการรื้อถอน เพื่อลดการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

2. เทคนิคหลักในการออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสูงคืออะไร?

จะเน้นไปที่การออกแบบที่ใช้หลักการทางธรรมชาติ เช่น การวางผังตามทิศทางลม การออกแบบหลังคาเพื่อกันแดด (Shading) และการใช้แสงธรรมชาติให้เป็นประโยชน์สูงสุด

3. วัสดุก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืนที่กำลังเป็นเทรนด์ มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

มีวัสดุที่เน้นการจัดการกับสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้ลามิเนตข้ามชั้น (CLT) ที่เป็นวัสดุหมุนเวียน เลือกใช้คอนกรีตรีไซเคิล หรือวัสดุที่ผลิตในท้องถิ่น เพื่อลดการขนส่งและ Carbon Footprint

4. สถาปัตยกรรมยั่งยืน ช่วยให้เจ้าของอาคารประหยัดได้อย่างไร?

ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในระยะยาว โดยเฉพาะค่าพลังงานไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศ และแสงสว่างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่ออาคารมีการจัดการพลังงานที่เหนือกว่าอาคารทั่วไป

5. การขอรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว มีความสำคัญแค่ไหนในปัจจุบัน?

สำคัญมาก เพราะมาตรฐานเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสังคมของเจ้าของอาคาร นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน และทำให้ผู้เช่า-ผู้ใช้งานมั่นใจในประสิทธิภาพของอาคารด้วย


สถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) เทรนด์การออกแบบที่มีคุณค่า และสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบ

และสำหรับใครที่กำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่มีความเข้าใจ และสามารถนำแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture) ไปสู่การปฏิบัติได้จริง ติดต่อมาหาเราได้เลยที่ MASTERTEXTURE ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่ครบวงจร ที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและผู้สร้างสรรค์โครงการของคุณ โดยบริษัทฯ ให้บริการงานออกแบบสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน รวมถึงงานออกแบบและควบคุมการรีโนเวทอย่างมืออาชีพ ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่สั่งสมมา ทำให้ เราสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่คุณในทุกขั้นตอน มั่นใจได้เลยว่า โครงการนี้จะตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงาม การใช้งาน และความยั่งยืนต่อโลกของเราอย่างแท้จริง